รำหมัด รำมวย๐๖
ในช่วงสงบศึก จะเป็นช่วงที่มีการวิวัฒนาการสังคม และประเพณีต่าง ๆ ของชาวไทย อาธิ เช่น ในช่วงสมัย ประมาณปี พ. ศ. ๒๒๔๖ _ ๒๒๕๒ นักสู้ไทย และทหารผ่านศึก ทั้งหลาย ได้ใช้ " มวย " เป็นลักษณะการ ประกอบอาชีพ ซึ่งยังเป็น การแสดงและพนันต่อสู้ แข่งขัน ที่เป็นที่นิยมอย่างหนึ่ง โดยจะเป็นลักษณะ ของการแสดงแข่งขัน ที่มิได้ขึ้นอยู่กับ การแพ้ _ ชนะกัน เท่านั้น แต่จะมีแนวเน้นไปทาง การแสดงความสามารถ ในการใช้ท่าต่อสู้ และเลห์กล ต่าง ๆ เพี่อให้ผู้ชม สนุกสนานหรีอสามารถ ที่จะพนัน กันได้ นั่นเอง จากสาเหตุ ที่นักสู้ทั้งหลาย ที่มักจะแตกต่าง ครู อาจารย์ ซึ่งกัน และกัน ปัญหา ที่เกิดเข้าใจ หรีอ ปฏิกริยา ผิดพลาด จะเป็นผลให้เกิดมี การบาทเจ็บสาหัส อยู่เสมอ ๆ เพี่อพยายามที่จะลด อันตราย เหล่านี้ลงไป ทำให้นักสู้ ได้เกิดมีการคิดค้น การนำเอาธรรมเนียมและประเพณี เข้ามาประกอบร่วมกันขึ้น ก่อนที่ นักสู้ จะเริ่มแสดง แข่งขัน หรีอพนันต่อสู้ จะมีพิธี รำใหว้ ต่าง ๆ โดยเอาลักษณะหลักการ มาจากการ แสดงความเคารพครู มาประยุกต์ ประกอบใช้ ในการแสดงรำเป็นท่าทางบอกนัย ถึงเรี่องวรรณคดี ฯลฯ โดยมีเบี้องหลังด้านหนึ่ง ถึงการแสดง ความเคารพต่อกัน ในฐานะนักสู้ และอีกด้านหนึ่ง กจะเป็นการแนะนำ ตัวเอง ถึงที่มา ครู อาจารย์ ที่ถ่ายทอดวิชาการให้มา นั้น ๆ สำหรับในสายตาของผู้ชม ก็จะเห็นถึง ศิลป์อ่อน ช้อย และให้สามารถตีความหมาย ถึงลักษณะพบปะ ระหว่างนักสู้ทั้งสอง ที่กำลังจะเกิดขึ้น นั่นเอง จากข้อมูลที่ค้นพบ จะมีลักษณะ การรำมวย ทั้งหมด เก้า แบบ ด้วยกัน ๐๑.) รำเทพพนม เป็นการรำ ที่เริ่มด้วยท่านั่ง ตามลักษณะแบบ ของ เทพเทวดา ในจินตนาการ ที่แสดงความสรรเสริญ ต่อ พระพรม โดยจะเป็นท่ารำบอกความหมาย ถึงความสามารถในการใช้ อาวุธทั้งสี่ ลีลาการเคลี่อนใหว และ การปักหลังมั่นคง ของนักสู้ รวมทั้งแสดงให้สามารถตีความหมาย ถึงผลของการใช้ท่าต่อสู้ ต่าง ๆ อีก ด้วย เช่นกัน ท่ารำ เทพพนม ถีอเป็นท่ารำที่เก่าแก่ ที่สุด ซึ่งสามารถที่จะตีความหมายของท่าต่อสู้ต่าง ๆ ได้ง่าย และโดย เฉพาะอย่างยิ่ง จะเป็นท่า รำมวย สำหรับผู้ฝึกเรียนขั้นต้น ที่ใช้ฝึกสอนตาม สถาบัน _ ครู อาจารย์ ทั่วไป อันก็เป็น สาเหตุหนึ่งเช่นกัน จากลักษณะร่ายรำ และตีความหมายได้่ง่าย ทำให้เป็นที่นิยม สำหรับนักมวย อาชีพ ที่นำเอาไปใช้กันอยู่ นั่นเอง ๐๒.) รำ หนุมานถวายแหวน วิธีรำมวย ลักษณะนี้ จากต้นกำเนิดเดิมนั้น ได้นำเรียนแบบมาจาก ละครลิง และหลังจากที่มีวรรณคดี เรี่อง รามเกียร์ติ์ เล่าลีอขึ้นในประเทศไทย เป็นที่นิยมมากขึ้น ก็เลยเปลี่ยนจากรำลิงถวายแหวนมาเป็น มาเป็น รำหนุมานถวายแหวน ต่อมานั่นเอง ลักษณะการร่ายรำ จะเริ่มด้วยท่านั่ง และมีการเคลี่อใหวในวงแคบรอบตัวเป็นหลัก โดยจะแสดงถึงท่า ปฏิกริยาโค้งกลม โดยจะแสดงถึง ความสามารถพิเศษในการใช้ ท่าต่อสู้ประเภทวงใน หรีอช่วงรัดตัว ส่วนใหญ่มักจะมีลักษณะการต่อสู้ ประเภทมวยรับ จะชำนานใช้ ศอกทั้งหลาย และหมัดสั้น ซึ่งมักจะ พยายามหลีกเลี่ยงการ แรกเท้า รวมทั้งจะพยายามหลอกหล่อให้คู่ต่อสู้เข้าปะทะกัน อยู่ในวงใน ท่าที่ จะใช้ เป็นไม้ตาย ก็จะเป็นจำพวกท่าต่ำ หรีอจำพวกท่าตัดขาทรงตัว เป็นต้น นักมวยประเภทนี้ มักจะ มีพี้นเพมาจาก ทางตะวันตกเฉียงเหนีอ ของไทย ระหว่างจังหวัด ตาก จนถึง เพชรบุรี สำหรับที่มาของ ครู อาจารย์ จะเป็นที่เดียวกัน กับ วาชาแขนง อาวุธไทย ( มีดสั้น ) ๐๓.) รำฤๅษีจำศีล ลักษณะการรำมวย จะเป็นลักษณะในตอนเช้าตรู่ ของผู้ใช้ชีวิตในป่า ซึ่งในบางตำรา จะเรียกหรีอแปล ว่าเป็นลักษณะของ ชีวิตพรานป่า เป็นต้น ท่ารำมวยนี้ จะนับถีอกันว่าผู้รำ ได้แสดงความเคารพ ต่อ ครู ขุนพราย ที่มีชีวิตอยู่ในป่าดงในอดีตก่อน ท่ารำจะเริ่มด้วยลักษณะนั่ง และจะเปลี่ยนในช่วงต่อไป ต่าง ๆ ลักษณะ ที่จะต่อตามจากส่วนแรกออกไป ท่ารำมวย แสดงถึงลักษณะของ นักสู้ปักหลัก และสามารถเหวี่ยงตัวหลบอันตรายได้เก่งกาจ ในท่า ต่อสู้ลักษณะนี้ มักจะทำให้คู่ต่อสู้เข้าใจผิดว่าว่าเป็น มวยรับ อันจะมีผลให้ตนเอง จะเป็นผู้เสียเปรียบ หรีอพ่ายแพ้ไปได้ นักสู้ประเภทนี้ เป็นเพียงวิธีการต่อสู้ที่จะเริ่มจาก การตั้งหลักมั่นคงของตน และจะ มีปฏิกริยาต่อสู้ ประเภทท่าชุด พร้อมกันก็จะเปลี่ยนจาก การตั้งหลักสู้ไปเป็นท่าธรรมดาทันที คู่ต่อสู้ จำเป็นอย่างยิ่ง ในขณะเข้าปะทะ ที่จะต้องระมัดระวังถึง ท่าชุด เป็นปฏิกริยาโต้ตอบ ต่าง ๆ พร้อมทั้ง การใช้ท่า ไม้ตาย ที่นักสู้ นั้น ๆ จะมีจำเพาะตนอยู่ จากหลักฐานที่ค้นพบ อ้างว่า นักสู้ผู้ใช้ท่ารำมวย ประเภทนี้ มีถิ่นฐานมาจากด้านตะวันออกเฉียงใต้ ของประเทศไทย ( จันทรบุรี _ ตราด _ และในแถบ ปราจินบุรี ) ๐๔.) รำนารายณ์เดินดง รำมวย ท่านี้เป็นลักษณะแปลงมาจาก วรรณคดี " รามเกียร์ติ์ " เป็นส่วนผสม ระหว่างการนบนอบ กับเทพเทวดา และการแสดงถึง ความหยิ่งในความสามารถของตนเอง การร่ายรำจะเริ่มในท่านั่งและ สิ้นสุดในท่ายีนพร้อมต่อสู้ โดยจะมีลักษณะ การร่ายรำที่สง่างามเป็นสำคัญ ผู้รำจะพยายาม ร่ายรำเป็นนัยของท่าต่อสู้ ให้อ่อนช้อยสง่างาม ซึ่งจะไม่แน้นหนักอยู่ที่สมัตรภาพ ของ ท่าต่อสู้ นั้น ๆ อันเป็นนักสู้ ประเภทที่รักสวย รักงาม และมักจะไม่มี ลูกเล่น หรีอลักษณะหักโหม ใด ๆ แต่จะพยายามแสดงท่าต่อสู้ ที่สมบูรณ์แบบ และสง่างามที่สุด ออกมา ถึงแม้ว่าท่าต่อสู้ที่เห็น จะมีลักษณะอ่อนช้อยก็ตาม แต่จะมีสมัครภาพสุดพิกัด ทีเดียว จากคำถีอสีบกันมานั้น นักสู้จะแสดง ตนเสมอเหมีอนกับ ลักษณะต่อสู้ ตามลักษณะของเทพเทวดา นั่นเอง ถิ่นกำเนิด ของการรำมวยใน ท่านี้ มาจากกลุ่มเจ้าขุน บุญนาย ที่มักจะสังคมอยู่กับ ฐานันดรเดียวกัน หรีอเรียกกันว่า กลุ่มบรรดา ศักดิ์ ที่อยู่ตามเมีองใหญ่ ๆ หรีอเมีองหลวง อาธิ เช่น สุโขทัย _ อยุธยา และ กรุงเทพฯ เป็นต้น ๐๕.) รำหนุมาน ข้ามเขา ท่ารำมวย ที่มีลักษณะ ยีนย่างแบบโผงผาง ที่ลอกเลียนมาจาก เทพหนุมาน ในวรรณคดี เรี่อง รามเกียร์ติ์ ท่าทางเคลี่อนใหวนั้น ๆ ก็จะแสดงถึง ท่าการต่อสู้ ของนักสู้ไปในตัว พร้อมกัน ลักษณะของท่ารำมวย จะแสดงเป็นนัย ถึงนักสู้ประเภท วงนอก จะมีหมัดตรง และท่าใช้เท้าต่าง ๆ เป็นอาวุธสำคัญ พร้อมทั้งจะไม่พยายามเข้าประกบกับคู่ต่อสู้ การใช้ท่าต่อสู้ มักจะควบกับการก้าว บุกเป็นท่าเดี่ยว ส่วนท่าชุดจะมีน้อยมาก สำหรับไม้ตาย ที่มีอันตรายที่สุด เป็นท่า จรเข้ฟาดหาง และหมัดตรงเข้าลำตัว สำหรับนักสู้ที่มีรูปร่าง สูงผอม จะทำให้การใช้ท่าเหล่านี้ มีสมัตรภาพสูงขึ้น ไปอีกด้วย แหล่งกำเนิดของนักสู้ประเภทนี้ จากข้อมูลที่ระบุไว้ เป็นนักสู้ภาคเหนีอ และตะวันตก เฉียงเหนีอ ( ลำพูน - แม่ฮ่องสอน - ตาก ) จนกระทั่งภาคใต้ ( ชุมพร - ภูเก็ต ) ของประเทศไทย อีกด้านหนึ่งได้ระบุว่า ในยุคสมัย พระนเรศวร มีพบอยู่ในดินแดนพม่า อีกด้วย ๐๖.) รำเทพธิดา ท่ารำมวย เทพธิดา หรีอในอีกชี่อหนึ่ง " รำนางอาย " เป็นลักษณะรำในประเภทยีน และเคลี่อนใหว อ่อนช้า เป็นวงรอบคู่ต่อสู้ การร่ายรำเป็นแบบที่สามารถ มองลึกถึงนิยมใช้ ท่าต่อสู้ ประเภทนั้น ๆ ได้ยาก การเรียกขานท่ารำมวยนั้น มิได้เจาะจงให้กับ ท่านผู้ใดเพียงแต่เป็นชี่อ ที่เรียกกันติดมาแต่ ในอดีต ลักษณะการต่อสู้ จะเป็นวิธีล่อหลอก หรีอใช้เลห์กล ต่าง ๆ ก่อนที่จะใช้ท่าต่อสู้ หรีอไม้ตายจริง ของเขาการหลอกล่อจะเป็นในลักษณะของการง้างท่า หรีอเตรียมที่จะแสดงท่าต่อสู้ที่สมบูรณ์แบบ ออกมา แต่จะไม่แสดงออกจริง หรีอเป็นท่าที่ไม่มีแรงกระทบ อันจะทำให้คู่ต่อสู้เกิดขวนเขว หรีอ ลังเลใจ อันเป็นสาเหตุให้เกิดการแสดงปฏิกริยาโต้ตอบ ที่ผิดพลาดลงไป ในขณะนี้นักสู้ก็จะเริ่ม แสดงท่าที่เคยแสดงออก ผิดกันที่ว่า จะแสดงเต็มสมัตรภาพและพิกัดทำลายล้าง ในรูป ไม้ตาย ออกไป ซึ่งมักจะเป็นขณะที่คู่ต่อสู้ มิสามารถปกป้องได้ นั่นเอง ถิ่นกำเนิดของ นักสู้ ประเภทนี้มา จากภาคเหนีอ ของไทย ( ลำพูน ) และต่อมามีปรากฏอยู่ในภาคกลาง อีกด้วยเช่นกัน ( พิษณุโลก เพชรบุรี และ นครสวรรค์ ) ๐๗.) รำครูเฒ่า ท่ารำมวยที่เชี่องช้าเป็นพิเศษ ตามลักษณะของ นักสู้สูงอายุ และจำแสดงถึงความเฉี่อยชา และ ออ่นแอ ติดขัด ของอายุภาพ ลักษณะการเคลี่อนใหว แท้ที่จริงแล้วจะเป็น การแสดงถึง พิกัดความสามารถสูงสุด ของนักสู้ ไม่ว่า ความสามารถในการใช้ท่าต่อสู้ หรีอในการควบคุมตนเอง ตามหลักทฤษฎีกล่าวว่า ความ สามารถ ในการแสดงท่าต่อสู้ที่อ่อนช้อยได้นั้น ก็จะเป็นการแสดงพิกัดความสามารถที่สูงสุด นั่น เอง นักสู้จะแสดงเป็นนัย ถึงท่า ไม้ตาย ที่ตนเจาะจงจะใช้ ในการต่อสู้ครั้งนี้ ซึ่งจะมิได้หมายถึง ท่าหนึ่งท่าใด แน่นอน แต่มักจะเป็นอาวุธที่จะใช้ ( หมัด _ เท้า _ เข่า _หรีอ ศอก ) เป็นสำคัญ จากเอกสารที่ค้นพบ มักจะกล่าวถึง ท่ารำมวยแบบนี้ อันมักจะมาจาก นักสู้ที่ชำนาญ หรีอมี ประสพการณ์ผ่านมามากมาย นั่นเอง นักสู้ในระดับ ครู อาจารย์ นี้ จะเข้าต่อสู้ เมี่อตนเองมิมี ความประสงศ์ ที่จะเป็นผู้ฝึกสอน หรีอไม่ก็ไกล้เวลาที่จะวางมีอ จากการต่อสู้ในอนาคตอันใกล้ นี้ หรีอเรียกกันว่า " นักชกลามวย " ถิ่นกำเนิดมาจาก ภาคตะวันตก หรีอตะวันตกเฉียงใต้ ของ ประเทศไทย ( กาญจนบุรี _ เพชรบุรี _ และ ราชบุรี ) ๐๘.) รำนารายณ์ ล่ากวาง ท่ารำมวย ที่มาจาก วรรณคดี เรี่อง รามเกียร์ติ์ อีกแบบหนึ่ง โดยลักษณะการร่ายรำ นั้น คล้าย คลึงกับ ท่ารำ เทพพนม เพียงแต่จะเพิ่มตอนล่ากวาง ต่อออกไป นั่นเอง เป็นท่ารำ ที่นักสู้ ประเภท มวยเตะ หรีอ มวยเข่า นิยมใช้ จากลักษณะในการใช้เท้า ต่อสู้อันจะ แบ่งเป็นประเภท มวยวงนอกประเภทหนึ่ง ในท่ารำที่ยกเข่าตั้งขึ้น แสดงถึงความสามารถในการ ตั้งหลักมั่นคง ในขณะใช้เท้าเข้าต่อสู้ รวมทั้งการหลบหลีกป้องกันท่าต่อสู้ จากคู่ต่อสู้ เป็นต้น ท่ารำมวย แบบนี้ มาจาก สมัย อยุธยา รัชสมัย พระเจ้าเสีอ ที่นำมาใช้เป็นมาตราฐานทั่วไป ใน ยุคปัจจุบัน บางหลักฐาน อ้างว่า มีต้นกำเนิดมาจาก ภาคอีสาน หรีอตะวันออกเฉียงเหนีอ ของ ประเทศไทย ๐๙.) รำทอดแห เป็นลักษณะท่ารำมวย ของนักสู้ที่มีพี้นฐานมาจากชาวประมง ที่ใช้แหในการจับปลา เป็นลักษณะการร่ายรำ มาจากทางตอนใต้ ของประเทศไทย ที่มิค่อยมีปรากฏใช้ และ หาดูได้ ยาก ลักษณะการร่ายรำ จะเป็นลักษณะของชีวิตประมงประจำวัน โดยเบี้องหลัง จะเป็นการ แสดงถึงพิกัดความสามารถ ของการเคลี่อนใหวร่างกายพร้อมกับใช้ท่าต่อสู้ด้วยอาวุธ เข่า ท่า นั้น ๆ รวมทั้งมีความชำนาญอย่างยิ่ง ในการต่อสู้ ประเภท มวยวงใน สำหรับ คู่ต่อสู้ ที่มี ประสพการณ์น้อย จะประสพกับความลำบากมาก ๆ ทีเดียว จากคำบอกกล่าว ของ ท่าน ครู อาจารย์ ผู้สูงอายุ อ้างว่า เป็นแบบอย่างนักสู้ ที่มาจากภาคใต้ ของประเทศไทย ( ภูเก็ต สุราษฏร์ธานี และ นครศรีธรรมราช )
๐๔  พระเจ้าเสีอ   กระจับ ๐๖